วิธีทำราวตากผ้าจากท่อ PVC ใช้งบไม่ถึง 200 บาท ง่ายๆ

04 ก.พ.

ของใช้บางอย่างในบ้าน บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อที่ร้านเสมอไป เพราะสามารถทำขึ้นเองได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินทองให้มากมาย

นอกจากจะเป็นการประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการสร้างความภูมิใจและเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

วันนี้เราก็มีวิธีทำ ราวตากผ้าจากท่อ PVC  มาฝากเพื่อนๆ ชาวเว็บกันโดยคุณ NOI Rattanachot จะมาสาธิตให้ดูกันว่าทำอย่างไรบ้าง งานนี้ขอบอกว่าง่ายกว่าที่คิด อีกทั้งใช้งบประมาณถูกกว่าซื้อราวตากผ้าจริงๆ มาใช้อีกด้วย ลองมาดูกันเลยค่ะ

วัสดุตามรูปเลยครับ

ติดกาวใส่ท่อให้เรียบร้อย

ผลงานเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นาน

ถ้ากลัวคานมันอ่อนนะครับ นำทรายผสมปูนซิเมนต์ให้เหลวๆหน่อยกรอกท่อตากแห้งไว้เลย หาซื้อล้อเลื่อน มา 4 ล้อ ขนาดไหนเลือกเอาได้ครับ ส่วนผม 4 ตัวนี้ ราคา 48 บาท

หาไม้มาเหลาอุดเข้าในรูของท่อข้องอซะ

สกรูล้อติดแผ่นไม้เล็กๆ แล้วนำไปติดกับข้องอ อีกข้างก็ใส่ท่อสักคืบนึง ต่อเสียบเข้ากับฐาน

เป็นไงคะ ใครอยากเอาไปทำตามก็ได้นะคะ หรือจะสอดแทรกไอเดียของคุณเองก็ทำได้ ลองเอาไปปรับใช้กันดู ประหยัดและภูมิใจจริงๆ ค่ะ

แหล่งที่มา: naibann.com, sharesod

วิธีบังคับมะพร้าวธรรมดาให้เป็น “มะพร้าวกะทิ” ง่ายๆ ได้ผล 100%

04 ก.พ.

“มะพร้าวกะทิ”

หลายคนคงอาจจะรู้จัก และเคยรับประทานกันมาบ้าง โดยมะพร้าวกะทินั้นเกิดจากการผสมเกสรด้วยฝีมือมนุษย์ เป็นการบังคับทำให้มะพร้าวธรรมดาเป็นมะพร้าวกะทิ

ซึ่งมีหลากหลายทางด้วยกัน เกษตรกรหรือนักวิจัยจะมีแบบฉบับของแต่ละคน แต่วันนี้ขอหยิบวิธีการทำมะพร้าวธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาให้ทดลองทำกันดู

วิธีที่ 1 ทำจากมะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้

ถ้าต้องการให้ลูกออกมาเป็นมะพร้าวกะทิ ก็เอาถุงพลาสติกหุ้มจั่น จั่นก็คือดอกมะพร้าว 1 จั่นคือ 1 ทะลาย จั่นไหนถูกห่อด้วยพลาสติก จั่นนั้น หรือทลายดอกนั้นมันจะพิการ

…ทั้งนี้ จะต้องห่อตั่งแต่กลีบจั่นเริ่มแย้มบาน ห่อไปจนกระทั่งมีลูกขนาดลูกหมากจึงค่อยเอาออกโดยทั่วไปมะพร้าวในทะลายที่ห่อจั่นประมาณ 80-90 % จะเป็นมะพร้าวกะทิ

วิธีนี้เป็นการทำมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราวมะพร้าวในทะลายอื่นๆ ที่ไม่ได้ห่อจั่นจะไม่เป็นมะพร้าวกะทิ

วิธีที่ 2 ทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร

ให้น้ำมะพร้าวที่เพาะไว้ ที่มีหน่อเหนือเปลือกขึ้นมาราว 30 ซม. แล้วใช้มีดตัดส่วนปลาย ตรงข้ามกับหน่อให้กะลามะพร้าวขาด จนเห็นเนื้อสีขาว และจาวสีเหลืองภายในกะลามะพร้าว

จากนั้นก็คว้านเอาจาวที่อยู่กลางกะลาออก เอาดินเหนียวอัดลงไปในกะลาแทนจาวจนเต็ม ให้แน่นพอประมาณสามารถนำไปปลูกได้

…มะพร้าวที่ทำวิธีนี้จะเป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 50% หากจะเพิ่มปริมาณ ก็สามารถทำได้ โดยให้เอาผลมะพร้าวที่ไม่เป็นมะ พร้าวกะทิ มาเพาะ แล้วทำวิธีการเดียวกับที่กล่าวมานี้ ก็จะทำให้มะพร้าวในต้นใหม่

…เป็นมะพร้าวกะทิ ได้ถึง 80-90% เลยทีเดียว มะพร้าวทุกพันธุ์สามารถทำมะพร้าวกะทิได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าเราจะใช้มะพร้าวน้ำหอม ทำมะพร้าวกะทิไม่ดีเพราะมีกลิ่นเหม็นหืน มะพร้าวที่ดีที่สุดในการทำมะพร้าวกะทิคือ มะพร้าวกลาง

“ มะพร้าวกะทิ ”

ติดผลเป็นทะลายปล่อยให้ผลแก่คาต้นก่อน ตัดทะลายลงมา เอาผลแต่ละผลเขย่าฟังดูถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำในผลดังกระฉอกมาเลย นั่นหมายถึงมะพร้าวผลนั้นเป็น “ มะพร้าวกะทิ ” อย่างแน่นอนไม่ต้องปอกเปลือก หรือทุบดูเนื้อในทุกผลให้เสียเวลา ทำหรือฝึกบ่อยๆ เราจึงจะชำนาญ ช่วงแรกๆ อาจมีผิดบ้างเป็นธรรมดา คนโบราณก็ใช้วิธีแบบนี้เหมือนกัน

วิธีการผ่ารับประทาน

คนเฒ่าคนแก่ก็บอกเคล็ดลับว่า ถ้าต้องการให้เนื้อในของ “ มะพร้าวกะทิ ” ฟู หรือเหนียวแน่นอร่อย ต้องนวดก่อน โดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้ว

กระแทกกับพื้นปูนเบาๆ รอบๆ ผลให้ทั่ว กะเวลาจนแน่ใจว่าพอแล้วจึงนำผลไปผ่าครึ่ง เราก็จะพบว่าเนื้อในมะพร้าวจะฟูเป็นสีขาวคล้ายปุยฝ้าย ใช้ช้อนตักรับประทานได้เลย รสชาติหวานมันหอมอร่อยมาก

แหล่งที่มา: sharesod

สูตรยาโบราณ หัวปลีย่างไฟ แก้เบาหวานหายขาด

04 ก.พ.

อาการของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

อาการที่พบบ่อยในผู้เป็นเบาหวานมีเป็นอาการจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยตรง และอาการเนื่องจากโรคแทรกซ้อน ได้แก่

1. ปัสสาวะบ่อยหิวน้ำบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย

2. แผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนังง่าย

3. เกิดฝีบ่อย ภาวะน้ำตาลสูง คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราง่าย

4. ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ การรับความรู้สึกลดลง เกิดแผลที่เท้าตามมา

วิธีทำรับประทานแบบง่าย ๆ คือ

1. ให้เอาหัวปลีกล้วยน้ำว้าเท่านั้น หัวปลีจากกล้วยชนิดอื่นใช้ไม่ได้ จำนวน 1 หัว

2. นำหัวปลีมาย่างไฟ ย่างให้เปลือกชั้นนอกไหม้เกรียม

3. นำไปต้มกับน้ำ โดยต้องกะจำนวนของหัวปลีให้พอเหมาะ ต้มจนเดือด

4. ดื่มน้ำต้มหัวปลีต่างน้ำทั้งวัน โดยดื่มให้หมดหม้อวันละ 1 หัว จนครบ 7 วัน

หากคนที่เป็นเบาหวานดื่มแล้วถูกทางยาดื่มในช่วง 1-2 วันแรกจะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายจนแทบทนไม่ไหว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีแสดงว่ายานี้ได้ผล

อย่างไรก็ตาม ต้องต้มดื่มจนครบ 7 วัน ตามที่บอกข้างต้น โรคเบาหวานจะดีขึ้นและหายได้ สามารถต้มดื่มได้เรื่อย ๆ

แต่ไม่จำเป็นต้องทุกวันเหมือนครั้งแรก หากใครที่เป็นเบาหวานต้มดื่ม 3 วัน ไม่มีอาการตามที่กล่าวข้างต้น แสดงว่าไม่ได้ผล ไม่ถูกทางยา ใช้สูตรนี้ไม่ได้ เลิกต้มดื่มได้เลย สูตรนี้เป็นสูตรโบราณ แนะนำเป็นวิทยาทาน ใครเป็นเบาหวานทดลองดูไม่มีอันตรายอะไร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวปลี

คำสอนของปู่ย่าตายายหรือคนเก่าคนแก่ บอกไว้ว่า

“ผู้หญิงคนไหนอยากจะให้หน้าอกโตเต่งตึ่ง ต้องกินหัวปลีของกล้วยน้ำว้า ถ้าเป็นแม่ลูกอ่อนจะมีน้ำนมดี กินหัวปลีน้ำนมไหลดี หน้าอกก็เต่งตึง กินได้ทั้งแบบดิบและสด

แบบดิบก็จะนำมาปรุงในรูปของผักที่เป็นเครื่องเคียง เช่นในผัดไทย รสชาติจะฝาดๆ แต่ถ้านำไปปรุงให้สุก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำหัวปลี แกงไก่ใส่หัวปลี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รสชาติจะนุ่ม มีรสหวานนิดๆ อร่อยดีในเรื่องประโยชน์ของหัวปลีนั้นก็มีหลายอย่าง เช่นถือว่าเป็นอาหารบำรุงน้ำนมของผู้หญิงที่กำลังมีลูก”

เพราะฉะนั้น คุณแม่ลูกอ่อนที่กำลังให้นมลูก จึงควรกินอาหารที่มีหัวปลีเป็นส่วนประกอบให้มากๆ นอกจากหัวปลีจะเหมาะสมกับคุณแม่ลูกอ่อนแล้ว

ในหัวปลียังมีแร่ธาตุมากมาย เช่น ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง และยังมีความสามารถในการลดน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงความสามารถในการรักษาโรคกระเพาะได้ด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวปลี

1. เหง้า ต้มทาท้องน้อย คนคลอดบุตรช่วยให้รกลอกภายหลังคลอดบุตร

2. ใบ รักษาโรคท้องเสีย บิด ห้ามเลือด แก้ผื่นคันตามผิวหนัง

3. ผล บำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้บิด แก้ท้องร่วง(ผลดิบ) สมานแผล แก้ท้องอืดเฟ้อ

4. เปลือกผล แก้ริดสีดวง

5. ยาง ห้ามเลือด

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา: sharesod

กินกล้วยต้ม ก่อนนอนทุกวัน แก้อาการนอนไม่หลับ แบบธรรมชาติ

04 ก.พ.

วิธีรักษาอาการนอนไม่หลับด้วยวิธีธรรมชาติ

กล้วยนั้นอุดมไปด้วย โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งแร่ธาตุทั้ง 2 นี้จะช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ส่งผลทำให้ร่างกายของเรานอนหลับผ่อนคลายได้อย่างสบาย

อาการนอนไม่หลับหรือความผิดปกติของการนอน อาจจะเกิดจากหาเหตุได้หลายอย่าง เช่น

– ความเครียด

– ความวิตกกังวล

– รับประทานอาหารมื้อดึก

– ยาบางชนิด

– ใช้โทรศัพท์มือถือบ่อย

รวมถึงการรับประทานยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาควบคุมความดันโลหิต ยังจะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับอีกด้วย

ในขณะที่ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน และอาจจะทำให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น แต่มันยังส่งผลถึงการกระตุ้นการปัสสาวะและความวิตกกังวล อาจจะทำให้คุณไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่

และอีกอย่างที่สมัยนี้ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเล่นโทรศัพท์เป็นระยะเวลานานเกินไปก่อนที่คุณจะเข้านอน จะส่งผลทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับตามมาได้

วันนี้เรามีวิธีแก้อาการนอนไม่หลับด้วยวิธีทางธรรมชาติมาฝากเพื่อนกันจ้า ทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

ส่วนผสม

1. กล้วยจำนวนหนึ่ง

2. น้ำสะอาดในหม้อขนาดเล็ก

3. อบเชย

ขั้นตอน

1. นำกล้วยลงไปต้มลงในหม้อโดยตัดหัวและท้ายของกล้วยออก

2. ต้มประมาณ 10 นาที เท่านั้น แล้วเทน้ำออกมาใส่แก้ว

3. เพิ่มรสชาติอบเชยและในน้ำชากล้วย

4. นำน้ำชากล้วยนี้ไปดื่มก่อนที่คุณจะนอนประมาณ 1 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายใจและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

หมายเหตุ : คนอเมริกาส่วนใหญ่จะใช้ยานอนหลับกันเป็นส่วนมาก อาจจะส่งผลช่วยในการนอนหลับได้เป็นอย่างดี แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ มันจะมีผลแทรกซ้อนเกี่ยวกับสุขภาพของเราในระยะยาว เราจึงแนะนำและนำเสนอยาสูตรนี้มากกว่า

คลิปวิดีโอ “วิธีต้มชากล้วย”

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา : sharesod

ขั้นตอนง่ายๆ ใน 30 นาที ทำความสะอาดฟูกที่นอนโดยไม่ต้องซัก

04 ก.พ.


หลายคนคงหนักใจเวลาจะทำความสะอาดที่นอนแต่ละที ถ้าจะยกออกมาซักทำความสะอาด ตากแดด ก็เป็นเรื่องยากไม่น้อย เพราะที่นอนนั้นทั้งหนัก ทั้งชิ้นใหญ่ จึงยากที่จะทำความสะอาดบ่อยๆ

แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็จะกลายเป็นที่สะสมของไรฝุ่น ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ทำลายสุขภาพของเรา

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีทำความสะอาดที่นอน แบบที่ทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ อยู่ล่ะก็ ลองมาด 3 วิธีนี้ รับรองว่า คุณจะได้ที่นอนเหมือนซื้อใหม่ สะอาด น่านอนอีกครั้ง แถมใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที ในการทำความสะอาดเท่านั้น

วิธีลดความชื้นในที่นอนโดยการใช้เบคกิ้งโซดา (Baking Soda)

1. นำผงเบกกิ้งโซดามาโรยให้ทั่ว ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก

2. เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าขจัดคราบเบคกิ้งโซดาให้หมด ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกหลายๆครั้งจนหมด

3. หากกลัวว่ายังไม่หมดให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ ซับและถูรอบคราบต่างๆ

***การทำความสะอาดที่ดีไม่ควรทำความสะอาดแต่เพียงด้านหน้า ควรพลิกด้านและควรทำความสะอาดด้านหลังด้วย

หากมีคราบหรือสิ่งต่างๆ สามารถขจัดได้ง่ายๆ ดังนี้

ใช้น้ำส้มสายชูขจัดคราบปัสสาวะ

หากมีคราบปัสสาวะที่มีกลิ่นบนที่นอน ให้นำน้ำส้มสายชูมาใส่สายแล้วฉีดเป็นสเปรย์แทน ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตาม จากนั้นตากให้แห้ง หรือจะใช้ไดร์เป่าผมเข้าช่วยก็ได้ไม่ว่ากัน

คราบเลือดหรือประจำเดือน

หากเลอะคราบเลือดหรือประจำเดือนควรรีบทำความสะอาดเลย ไม่งั้นคราบจะฝังลึกและทำความสะอาดได้ยากมาก วิธีขจัดคราบก็ง่ายนิดเดียวใช้แปรงสีฟันกับน้ำสบู่พอหมาดแปรงๆ ก็สามารถขจัดคราบได้ในพริบตา

หรืออีกวิธีหนึ่งใช้น้ำแข็งก้อนเล็กๆ ถูหรือวางไว้ตรงรอยเลอะ พอนำแข็งละลายก็จะสามารถเห็นคราบประจำเดือนค่อยๆจางลงอย่างเห็นได้ชัด หากยังพอมีคราบอยู่ก็ให้นำน้ำแข็งมาวางเพิ่มอีกจนกว่าคราบจะหายไปในที่สุด

วิธีการถนอมและดูแลรักษาฟูก

1.หากต้องการทำความสะอาดที่นอน ควรตากให้แห้งสนิท เพื่อป้องกันเชื็อราที่จะเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

2. หากซื้อที่นอนมาควรฉีกฟิล์มคลุมที่นอนออก เวลาที่เรานอนหลับในตอนกลางคืน ร่างกายของเราจะขับเหงื่อออกมาซึ่งถ้าเราไม่แกะแผ่นพลาสติกออก จะทำให้ร่างกายระบายความร้อน ขับเหงื่อออกมาได้ยากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เราหลับไม่สนิทและพลิกตัวบ่อยๆ

3. พลิกที่นอนทุกๆ 2-3 เดือน เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของที่นอนมากขึ้น และการสึกหรอเท่าๆ เทียมกันทั้ง 2 ด้าน

4. หมั่นทำความสะอาดฟูกและซักผ้าปูที่นอนอยู่เสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี

5. เตียงสำหรับวางฟูกควรมีขนาดพอดีกับฟูก หากเตียงมีขนาดเล็กกว่าจะทำให้เราเดินชนหรือเตะและทำให้ฟูกเสียทรงได้

รู้เคล็ดลับทำความสะอาดที่นอนง่ายๆ กันไปแล้ว อย่าลืมลองทำตามกันดูนะคะ ที่นอนใหม่สะอาดขึ้นแน่นอน

แหล่งที่มา: liekr.com

สูตรเด็ด สมุนไพรช่วยล้างไต ขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ

04 ก.พ.

สูตรสมุนไพรล้างไต ขับปัสสาวะ

ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและขับออกพร้อมกับน้ำในรูปของปัสสาวะ เนื่องจากไตและกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย

และจะเกิดอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะลำบาก เจ็บ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นฟองมาก หรือบางรายอาจจะปัสสาวะออกมาเป็นเลือดก็ว่าได้

ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการกินอาหารรสจัด หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารมันๆ เป็นประจำ

เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการดูแลและรักษาสุขภาพไตของเราให้ดีอยู่เสมอ โดยสมุนไพรพื้นบ้านที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆ จากหมอสมุนไพรชาวบ้าน

ซึ่งคุณบุญมี ผิงทอง หมอสมุนไพรชาวบ้านประจำตำบลประชาสุขสันต์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสูตรสมุนไพรบำรุงไต ขับปัสสาวะผ่านทางทีมงาน farmer info รายการทางด่วนข้อมูลการเกษตร จ.พิษณุโลก ไว้ดังนี้

ส่วนผสมสูตรสมุนไพรล้างไต

1. กระชาย 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กระชาย

2. หอมแดง 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หอมแดง

3. ข่า 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข่า

4. ตะไคร้ 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตะไคร้

5. ใบมะกรูด 1 ขีด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

6. ใบมะนาว 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใบมะนาว

7. ใบสาระแหน่ 1 ขีด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใบสะระแหน่

 

วิธีการทำ

1. นำสมุนไพรทั้ง 7 ชนิดมาล้างให้สะอาด

2. ใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำให้ท่วม ต้มให้เดือด

3. จากนั้นนำมาดื่มให้หมดใน 1 มื้อ  อัตราการใช้ 1 หม้อต่อ 1 วัน

***ไม่ควรนำกลับมาต้มซ้ำควรเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ดื่มติดต่อกัน 1 สัปดาห์จะเห็นผลจากปัสสาวะดีมาก

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา: kaijeaw.com , samunpaisecrete

สูตรชาตะไคร้ ใบเตย แก้โรคเก๊าต์ ทำกินเองได้ที่บ้านได้ผลเกินคาดจริงๆ

04 ก.พ.

วันนี้มีข้อมูลดีๆ จากเพจหมอบ้านบ้านมาฝากค่ะ เป็นสูตรชาตะไคร้ใบเตย แก้โรคเก๊าต์ วิธีทำก็ไม่ยากอะไรเลย เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าวิธีทำต้องทำยังไงแล้วใช้อะไรบ้าง

ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนว่าโรคเก๊าต์คืออะไร

โรคเกาต์ (หรือที่รู้จักกันในนาม โพดากรา เมื่อเกิดกับนิ้วหัวแม่เท้า) เป็นภาวะความเจ็บป่วยที่มักสังเกตได้จากอาการไขข้ออักเสบกำเริบเฉียบพลันซ้ำ ๆ

มีอาการแดง ตึง แสบร้อน บวมที่ข้อต่อ ข้อต่อกระดูกฝ่าเท้า-นิ้วเท้าที่โคนนิ้วหัวแม่เท้ามักได้รับผลกระทบบ่อยที่สุด (ประมาณ 50% ของผู้ป่วย)

นอกจากนี้ ยังอาจพบได้ในรูปแบบของก้อนโทไฟ นิ่วในไต หรือ โรคไตจากกรดยูริก โรคนี้เกิดจากการมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง กรดยูริกตกผลึกแล้วมาจับที่ข้อต่อ เส้นเอ็น และ เนื้อเยื่อโดยรอบ

การวินิจฉัยทางคลินิกทำได้โดยการตรวจผลึกที่มีลักษณะเฉพาะในน้ำไขข้อ รักษาได้โดยยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs) สเตอรอยด์ หรือ โคลชิซีน จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้

หลังจากอาการข้ออักเสบกำเริบเฉียบพลันผ่านไปแล้ว ระดับของกรดยูริกในเลือดมักจะลดลงได้ โดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และในผู้ที่มีอาการกำเริบบ่อยอาจใช้อัลโลพูรินอลหรือโพรเบเนซิด เพื่อให้การป้องกันในระยะยาว

จำนวนผู้ป่วยโรคเกาต์เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายสิบปีนี้ โดยมีผลกระทบกับ 1-2% ของชาวตะวันตกในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต จำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงที่พบมากขึ้นในประชากร

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอาการเมตาบอลิก อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น และ พฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เดิมนั้นโรคเกาต์เคยได้ชื่อว่าเป็น “โรคของราชา” หรือ “โรคของคนรวย”

สูตรชาตะไคร้ใบเตยแก้โรคเก๊าต์

1. ตะไคร้สด 4-5 ต้น

2. ใบเตยสด 2-3 ใบ

3. น้ำสะอาด 2 ลิตร

วิธีการทำ

1. ต้มสมุนไพรจนเดือด พอเดือดลดไฟลง

2. ต้มต่ออีก 15 นาที ห้ามเปิดฝาโดยเด็ดขาด

3. ครบ 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น

4. ดื่มแทนน้ำเปล่าติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะล้างกรดยูริคในเลือด สาเหตุของอาการปวดเข่าจากโรคเก๊าต์ได้ดีมากๆ แบบไม่ต้องใช้ยา

สูตรนี้ได้รับการยืนยันจากคนไข้เองว่า ได้ผลดีเกินคาด!

ชาตะไคร้ใบเตยยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงธาตุไฟ ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ลดไขมันในเส้นเลือด รสเย็นสบาย บำรุงหัวใจ ให้กลิ่นหอม สดชื่น

**ผลข้างเคียง คือ ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา: หมอบ้านบ้าน

สูตรภูมิปัญญาโบราณ ช่วยทะลวงเส้นเลือดอุดตัน เพียง 2 นาที

04 ก.พ.

ชายชาวลอนดอนคนหนึ่งได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อเขาไปประชุมที่ปากีสถาน เกิดมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน แพทย์ตรวจพบว่าเส้นเลือดหัวใจของเขา 3 เส้นอุดตันอย่างรุนแรง จำเป็นต้องผ่าตัดทำบายพาส กำหนดการผ่าตัดคืออีก 1 เดือน

ในช่วงระหว่างนั้นเขาไปพบหมอบำบัดมุสลิมโบราณ หมอบำบัดให้เขาทำยาทานเองที่บ้าน เมื่อทานครบ 1 เดือน ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลเดียวกันก่อนผ่าตัด พบว่าเส้นเลือดทั้ง 3 เส้นใสสะอาด ที่เคยอุดตันก็ถูกทะลวงออกหมด
เพื่อช่วยให้คนอื่นได้รับประโยชน์ เขาได้บอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งโชว์ภาพถ่ายเส้นเลือดของเขาก่อนและหลัง เพื่อให้แสดงความแตกต่างก่อนและหลังทานยา
ในวันนี้เราจึงจะมาบอกวิธีการทำยาที่ช่วยทะลวงเส้นเลือดอุดตัน อย่างละเอียด ดังนี้

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. น้ำมะนาว 1 ถ้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำมะนาว

2. น้ำขิง 1 ถ้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำขิง

3. น้ำคั้นกระเทียม 1 ถ้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กระเทียม

4. น้ำส้มสายชูแอปเปิล 1 ถ้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำส้มสายชูแอปเปิล

วิธีการทำ

1. นำกระเทียมและขิง มาลอกเปลือกและหั่นขิงเป็นชิ้นบางๆ

2. นำทั้งสองอย่างใส่เครื่องปั่นหรือเครื่องคั้นน้ำผลไม้ ปั่นละเอียดแล้วเทลงบนผ้ากรอง เพื่อบีบน้ำคั้นออกมา

3. นำน้ำคั้นกระเทียมและขิงลงไปในหม้อ เติมน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูแอปเปิลลงไป ต้มจนเดือด

4. แล้วค่อยๆเคี่ยวไปโดยไม่ต้องปิดฝาหม้อ เพื่อให้น้ำระเหยออก ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะได้ยาที่เคี่ยวแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณเริ่มต้น

5. ตั้งทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลง ก็ให้เติมน้ำผึ้งลงไปผสมเพื่อให้ทานได้ง่าย (ใส่เท่าที่รสชาติพอจะทานได้)

6. จากนั้นนำน้ำสมุนไพรนี้ใส่ในขวดแก้ว แช่ในตู้เย็นเก็บไว้

วิธีรับประทาน

1. รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเช้า ทุกวัน

2. สามารถขจัดโรคหัวใจและหลอดเลือดให้หายขาดได้

3. คนทั่วไปยังสามารถใช้เป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง รวมทั้งป้องกันโรคหวัดและโรคภัยอื่นๆ ได้อีกด้วย

4. เมื่อทานได้ 1 เดือน ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล คุณจะพบหลอดเลือดสะอาด เส้นที่มีการอุดกั้นได้ถูกทะลวงไปแล้ว

หมายเหตุ: น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล มีจำหน่ายตามห้างต่างๆ เช่น ท็อป แมคโคร

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ใครที่กำลังประสบกับปัญหาเส้นเลือดอุดตันอยู่ก็ลองนำวิธีการด้านบนไปลองทำตามดูตามแบบฉบับภูมิปัญญาโบราณ แต่คุณต้องทำอย่างมีวินัยและรอดูผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง จนคุณเองก็ไม่อยากจะเชื่อ

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา: sharesod

สมุนไพรไทย ต้นเกล็ดปลา แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้โรคตับพิการ

04 ก.พ.

ต้นเกล็ดปลา

เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายเกล็ดของปลา หลายคนอาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากนัก หรือบางพื้นที่อาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะพาไปรู้จักพืชชนิดนี้กันค่ะ สรรพคุณมีอะไรบ้างไปดูกันเลยจ้า

ชื่ออื่น : เกล็ดปลา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllodium longipes (Craib) Schindl.

ชื่อวงศ์ : Papilionaceae

สมุนไพรเกล็ดปลา : มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ลูบตีบต้น (เชียงใหม่), เกล็ดลิ่นใหญ่ (นครราชสีมา), เกล็ดปลา (กาญจนบุรี), กาสามปีกใหญ่ (สร) เป็นต้น

ลักษณะของเกล็ดปลา

1. ต้นเกล็ดปลา

จัดเป็นพรรณไม้พุ่ม มีความสูงได้ประมาณ 1.5-2.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านโปร่ง ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนนุ่ม ปลายกิ่งย้อยลง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พบขึ้นในจีนตอนใต้จนถึงมาเลเซีย โดยมักขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าผลัดใบที่ชื้น และป่าดงดิบ ที่ระดับความสูงประมาณ 400-800 เมตร

2. ใบเกล็ดปลา

ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ ลักษณะของใบย่อยที่อยู่ตรงกลางจะเป็นรูปไข่แกมรูปหอก หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนถึงหยักเว้าเล็กน้อย ด้านล่างมีขนนุ่มแน่น มีขนาดกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-12 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยด้านข้างจะมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย โดยจะมีขนาดกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ หลังใบและท้องใบมีขน ก้านใบย่อยยาวได้ประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร

3. ดอกเกล็ดปลา

ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง กลุ่มละ 5-15 ดอก ดอกมีใบประดับลักษณะคล้ายเกล็ดปลาขนาดใหญ่ประกบหุ้มไว้ 2 ใบ ทั้งสองด้าน รูปกลมรี มีขนาดกว้างประมาณ 2-3.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5-4.5 เซนติเมตร มีสีเขียวไม่เข้มมาก ประกบซ้อนกัน ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกยาวหรือรูปแท่งย้อยออกมา กลีบดอกย่อยเป็นสีขาว ลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว มีขนาดเล็ก

4. ผลเกล็ดปลา

ผลมีลักษณะเป็นฝักแบนยาว รูปขอบขนาน คอดเป็นข้อ ๆ ระหว่างเมล็ดประมาณ 2-5 ข้อ เมื่อแห้งจะหลุดเป็นข้อ ๆ ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 0.7-2.5 เซนติเมตร ผิวฝักมีขนขึ้นปกคลุม เมล็ดมีขนาดเล็กและแข็ง มีลักษณะเป็นรูปไต

สรรพคุณของเกล็ดปลา

1. รากเกล็ดปลา ใช้ผสมกับรากกระดูกอึ่ง รากกาสามปีกใหญ่ รากโมกมัน และรากหางหมาจอก ใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้คุณไสย (มีอาการผอมแห้ง ใจสั่น บางเวลาเพ้อคลั่ง และร้องไห้) (ราก)

2. หมอยาพื้นบ้านจังหวัดมุกดาหารจะใช้รากเป็นยาแก้ไข้ (ราก)

3. ใบมีรสจืด ใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น (ใบ)

4. หมอยาพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี จะใช้รากต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)

5. ใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปัสสาวะดำ (ใบ)

6. รากมีรสจืดเฝื่อน ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคตับพิการ (อาการผิดปกติของตับ) (ราก)

7. เปลือกรากมีรสจืดเฝื่อน ใช้ตำพอกแก้ปวด แก้เคล็ดบวม (เปลือกราก)

ประโยชน์ของเกล็ดปลา

  • สามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนได้ ให้รูปทรงสวยงามดูแปลกตา

จะเห็นได้ว่าสมุนไพรเกล็ดปลาอาจจะเป็นสมุนไพรที่ไม่ค่อยคุ้นตากันมากนัก แต่กลับมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้มากมาย เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมมีไว้ในบ้านกันสักต้นนะคะ

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา: medthai, kaijeaw

หญ้าพันงู สมุนไพรไม่ควรมองข้าม ช่วยรักษาโรคไต เบาหวาน ได้ผลอย่างดี

04 ก.พ.

ต้นหญ้าพันงู ถอนมาตากแห้งแล้วต้มกินแทนน้ำ มีสัพคุณทางด้านของการรักษาโรคไต เบาหวาน โรคเกาต์ ได้ผลดีมากเลยครับ แม่ผมเองที่เป็นโรคเบาหวานโรคเกาต์และไต เหลือแค่ 4%

หมอบอกว่าจะต้องล้างไตแล้วนะแต่ดวงดีที่มีคนมาบอกให้เอาต้นหญ้าพันงูมาต้มกิน แม่ผมต้มกินไม่ถึงครึ่งเดือนไปตรวจตามหมอนัด เบาหวานกลับเป็นปกติเกาต์ที่เป็นอยู่ก็ไม่ปวด เดินได้คล่องไตก็กลับมาเป็น 46% ครับ

หญ้าพันงูเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในประเทศอินเดียมานานนับพันปี ในการรักษาโรคนิ่ว โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของสตรี ใช้เป็นยาคุมกำเนิด โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หอบ หืด ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบาย ท้องมาน แผล ฝี หนอง ข้ออักเสบ เป็นต้น

ผลหญ้าพันงูขาว

การศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สอดคล้องกับการใช้ของคนโบราณ โดยพบว่า หญ้าพันงูมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้แท้ง มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ต้านความดันโลหิตสูง ต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย ต้านมาลาเรีย ต้านโรคเรื้อน ลดน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ยับยั้งการมีปริมาณ Oxaiate ในปัสสาวะสูงกว่าปกติ และมีรายการศึกษาในคน พบว่าหญ้าพันงูมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหอบหืด

พันงูขาว

ชาวล้านนาโบราณเชื่อว่า เมื่อเอาใบหรือรากหญ้าควยงูมาบดละเอียดแล้วผสมกับน้ำนมวัวสด ใช้ทาสะดือของหญิงที่มีบุตรยาก จะทำให้มีบุตรง่ายขึ้นชาวบ้านส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าพืชชนิดไหนบ้างที่เมื่อเผาแล้วนำเถ้ามาละลายน้ำจะได้น้ำด่างที่ดี หญ้าพันงูเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัตินั้น

ใบหญ้าพันงูขาว

รู้คุณสมบัติทางยาของหญ้าพันงูขาวแล้วรีบหามาปลูกนะครับ บางท้องที่ขึ้นดาษดื่นไม่มีใครสนใจเยียบย่ำไปมา คุณทิพย์ประสิทธิ์ สุวรรณจามรี บอกว่าที่มาเลเชียก็เช่นเดียวกัน น้อยคนนักจะรู้คุณค่าของสมุนไพรชนิดนี้ แท้จริงแล้วหญ้าพันงูขาว คือสุดยอดยารักษานิ่ว จนได้รับการขนานนามจากวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น ราชาของยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ นอกจากนี้ต้นหญ้าพันงูใช้ทำเป็นปุ๋ยได้ดีเนื่องจากมีธาตุโปแตสเซี่ยมค่อนข้างสูง

ข้อควรระวัง : ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

ดอกพันงูขาว

ประโยชน์ของหญ้าพันงู

1. ต้นหญ้าพันงูขาวสามารถนำมาใช้ทำปุ๋ยได้ดี เนื่องจากมีธาตุโพแทสเซียมค่อนข้างสูง

2. มีความเชื่อว่าหญ้าชนิดนี้สามารถรักษางูกัดได้ และหากเราพกรากติดตัวเอาไว้ก็จะช่วยป้องกันงูกัดได้

3. หญ้าพันงูขาวเป็นสมุนไพรที่คนภาคเหนือของไทยนำมาใช้เป็นยาสีฟัน โดยเอารากพันงูขาวนำมาเผาให้เป็นด่าง (เป็นเถ้าสีดำ) แล้วนำยานั้นมาสีฟัน เชื่อว่าจะทำให้ฟันคงทน แต่หมอยาบางท่านว่าไม่ต้องเผาก็ได้ แต่ให้นำกิ่งหรือรากสีฟันได้เลย

4. หมอเมืองขาวล้านนาโบราณมีความเชื่อว่าเมื่อเอาใบหรือรากของหญ้าพันงูขาวมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำนมวัวสด ใช้ทาสะดือของหญิงที่มีบุตรยาก เชื่อว่าจะทำให้มีบุตรง่ายขึ้น

ดอกหญ้าพันงูขาว

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก อัคเดช บัณฑิต‎ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร